Iceland Trip Part 4

March 1, 2016

ได้ฤกษ์มาต่อซะทีหลังจากหายไปนาน ถูกจิกมาเขียนอีกรอบเนื่องจากเพื่อนจะไปไอซ์แลนด์อยู่สองสามวันนี้แล้ว 55

Day 9 : Back to Reykjavík

เนื่องจากฮีทเตอร์ในรถทำงานแบบผีเข้าผีออก จึงตกลงกะสามีว่าเปลี่ยนรถดีกว่า โทรบอกบริษัทนางก็ว่าเปลี่ยนเป็นรถแบบเดิมมามั๊ย มีอีกคัน ไอ้เราก็นอยด์ว่าเดี๋ยวเอามาแม่งเจ๊งก็เซ็งอีก เลยบอกเค้าขอเปลี่ยนเป็นรถธรรมดา แล้วเดี๋ยวไปหาโรงแรมนอน วันนี้ทั้งวันเลยต้องบึ่งรถจาก Gerði guesthouse (GPS 64.128492,-16.011724) กลับเข้า Reykjavík ให้ทันบริษัทรถปิดตอนห้าโมงเย็น วันนี้เท่ากับว่าเหมือนจะเสียวันไปเลยวันนึง จะแวะตรงไหนก็คงไปไม่ทัน เพราะประเทศเค้ามี speed limit อยู่ เลยได้แต่จอดแวะถ่ายรูปกันตรง Jökulsárlón อีกที เพราะคงไม่ได้มาแถวนี้อีกแล้ว

01

ส่งท้าย Jökulsárlón มองเห็นธารน้ำแข็งอยู่ไกลๆ

ไปถึงในเมืองกว่าจะเช็ครถกันเสร็จสรรพก็ร่วมหกโมงเย็น เริ่มมืดแล้ว ความเซ็งต่อที่สองก็คือ คืนนี้ Aurora forecast Kp 8 จร้า แต่ในเมืองฟ้าปิด level 2 บวกกะแสงไฟในเมืองไปอีก เลยคุยกันว่าเอาไงดี ถ้าอยากดูแสงเหนือต้องขับรถออกนอกเมืองไปอีก แต่คุณฝาชีนางบอกไม่ไหวแล้ว วันนี้ขับรถทั้งวัน ล้ามาก เลยตกลงกันว่านอนที่ 22 Hill hotel (GPS 64.141379,-21.904283) โรงแรมเดิมในเมืองที่นอนคืนแรกละกัน แล้วค่อยเดินออกมาล่าแสงเหนือสู้กะแสงไฟในเมืองเอา ผลที่ได้ก็ตามภาพฮะ

02

Hallgrímskirkja with the Northern Light

Day 10 :Þingvellir/öxarárfoss/Brúarfoss/Geysir Hot Spring Area/Gullfoss

วันนี้มาตามเก็บแต้มกันต่อที่ส่วนนึงของ The Golden Circle เริ่มกันที่  Þingvellir  (GPS 64.259067,-21.121105) ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาเก่าแก่แห่งแรกของไอซ์แลนด์ ถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมือง จนต่อมาบริเวณนี้ถูกตั้งเป็น Þingvellir National Park ในปี ค.ศ.1930 และถูกประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลก (World Heritage Site) ในปีค.ศ. 2004

มาถึงจอดรถ (GPS 64.26337,-21.116955) แล้วจะมีทางเดินให้ชมบริเวณรอบๆ มีน้ำตกเล็กน่ารักในดูรายทาง  

03

เดินต่อไปทางซ้ายจะมีโบสถ์และที่ตั้งของ the First Paliament

ความที่ข้าพเจ้าและฝาชีไม่ใคร่สนใจในประวัติศาสตร์การเมืองนัก เลยเดินเล่นอยู่แถวนี้แป๊บๆขำๆ เนื่องจากวันนี้ต้องไปเก็บแต้มอีกหลายที่ 55 ว่าแล้วก็เดินวนไปหาน้ำตก öxarárfoss(GPS 64.265741,-21.117226) เดินไม่ไกลมาก พอหอบเบาๆ 555 แต่ถ้าใครขี้เกียจก็เอารถไปจอดตรงจุดจอดรถอีกที่ (GPS 64.26482,-21.114419) แล้วเดินเอาจากตรงนั้นก็ได้

öxarárfoss นี้มีทางเดินกะที่นั่งให้ชมน้ำตก น่ารักดี ถ้าคนไม่เยอะก็นั่งพักกันชิลๆ

04

öxarárfoss

แถวนี้มีส้วม ตรง Þingvellir visitors’ centre (GPS 64.255818,-21.1295) ไม่รู้ฟรีมั๊ย เพราะขับผ่านแต่ไม่ได้เข้า เก็บตำแหน่งมาฝากชาวไส้ตรงเฉยๆ 55

เสร็จจาก öxarárfoss เราไปต่อกันที่น้ำตก Brúarfoss  ที่ถือว่าเป็นน้ำตกลึกลับกันเลยทีเดียว ที่ว่าลึกลับนี่ไม่ใช่อะไร GPS มักไม่ค่อยมีระบุพิกัด ทำให้หายาก แม้แต่ฝรั่งยังมีเขียนบล็อกถึงวิธีการไปน้ำตกนี้กันอยู่หลายคน แต่ไม่ต้องห่วง app maps.me มีครัชชช ระบุพิกัด bookmark ไว้แล้วตามไปเลยที่ GPS 64.264305,-20.515338 ขับมาเรื่อยๆจาก öxarárfoss ตามแผนที่จะบอกให้เราเลี้ยวซ้ายที่ทางเข้าชุมชนที่เป็นบ้านพักตากอากาศคนรวยอันนึง แต่!!!! วันที่เราไปทางเข้านั้นปิดใส่กุญแจไม่ให้เข้า เลยแหก เอ้ย ถ่างแผนที่ดู พบว่าขับเลยไปอีกหน่อยจะมีทางเข้าอีกทาง ที่พอขับเข้าไปเรื่อยๆตรงเกือบสุดทางมันขนานแทบจะมาบรรจบกะทางที่เราต้องไปตอนแรก เลยเอาวะ ไหนๆก็ไหนๆ ลองขับเข้าไปดูละกัน ขับไปดูแผนที่ไปด้วย เล็งบริเวณที่ใกล้น้ำตกที่สุดที่ถนนสองเส้นมาชิดกัน จอดรถไว้ข้างทางตรงนั้นแล้วเดินต่อ มีรั้วลวดหนามเตี้ยๆกั้นไว้ให้พอข้ามได้ 555 ทางเดินเข้าไปเฉอะแฉะมาก บางช่วงเป็นโคลนลึกถึงข้อเท้า บางช่วงเหมือนไม่เห็นทางแต่ก็เปิด GPS และฟังเสียงน้ำตกลุยดงฝ่าไปตามนั้น ผลที่ได้ฟินนนนน พะย่ะค่ะ

05

Brúarfoss, our hidden beauty

ไปต่อกันที่ Haukadalur Geothermal Area หรือที่รู้จักกันในชื่อ Geysir hot spring area นั่นเอง (GPS 64.313296,-20.297546) จอดรถแล้วเดินเข้าไปดูบ่อน้ำพุร้อนกันได้เลย ในบริเวณนี้จะมีบ่อ Geysir หรือ the Great Geysir (GPS 64.313839,-20.299512) เป็นบ่อใหญ่ที่สุด พ่นน้ำแรงที่สุด สูงที่สุด อาจสูงถึง 70 เมตรกันเลยทีเดียว แต่นานๆจะพ่นมาที ไปอ่านเจอบางทีไม่พ่นเป็นปีก็มี ตอนที่ไปนี่ก็ไม่เห็น

06

คุณบ่อใหญ่ไม่ยอมพ่นน้ำ

แต่มีปลอบใจด้วยบ่อ Strokkur ข้างๆ (GPS 64.312752,-20.30074) บ่อนี้พ่นน้ำทุก 8-15 นาที สูง 15-20 เมตร หรืออาจสูงได้ถึง 40 เมตรกันเลยทีเดียว ตอนที่ไปทุกคนก็ไปรุมกันอยู่ที่บ่อนี้ ก่อนที่มันจะพ่นน้ำเราจะเห็นน้ำในบ่อขยับไปมาคล้ายๆเวลาเราจะปั๊มส้วมเต็ม (หยุดการจินตนาการถึงส้วมไว้เพียงเท่านี้) จากนั้นก็ฟู่วววว ให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจกันไป (บอกแล้วนะให้หยุดจินตนาการถึงส้วม 555)

07

ฟู่ววววววววววววว

นอกจากบ่อน้ำพุร้อนแล้ว Haukadalur Geothermal Area ก็มีลักษณะคล้ายๆ Hverir แต่เล็กกว่า ใครที่ไปมาแล้วคงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่

08

Litli Geysir บ่อจิ๋วบุ๋งๆๆๆ

จุดหมายถัดไปคือ Gullfoss น้ำตกยักษ์ที่หน้าตาเหมือนชิ้นขนมเค้ก (คิดเอง 55)  ขับรถจาก Geysir มาตามถนนเส้น 35 มีจุดจอดรถสองที่ คือด้านบน (GPS 64.325385,-20.12992) กับด้านล่าง (GPS 64.324893,-20.125402) ให้ท่านเลือกสรร ส่วนมากรถก็จอดกันที่ด้านบนเพราะมี visitors’ centre อยู่ตรงนั้น แล้วก็เดินตามทาง ถ้าไม่รีบแนะนำให้เดินให้ทั่ว เพราะวิวสวยทั้งจากด้านบนและด้านล่างจีจี (คุณฝาชีบอกน้ำตกนี้ไม่สวยเท่าไหร่ ใช่ซี้ ก็นางเพิ่งไป Brúarfoss มา)

09

Gullfoss รูปชิ้นขนมเค้ก (เหมือนเนอะ 55)

คืนนี้จะไปพักกันที่เมือง Selfoss กดจองที่พักที่ Þóristún หรือ Thoristun apartments ในเมือง Selfoss(GPS 63.93737,-21.007921) ห้องพักดีมากกกก พื้นห้องน้ำตรงส่วนแห้งเป็นกระเบื้องอุ่นๆคือดีงามสุดๆ

จุดประสงค์หลักที่เราย้อนมาพักในเมือง Selfoss คืนนี้ก็คือ ร้านอาหาร Tryggvaskáli (GPS 63.937828,-21.003436) ร้านนี้อ่านเจอรีวิวมา บรรยายดีมากจนถึงกับต้องตามมาชิม แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ สั่ง appetizers เป็น lobster soup อร่อยนัวๆ กับนกพัฟฟินเอามาทำอะไรซักอย่าง ตอนแรกคุณฝรั่งจะสั่ง ไอ้เราก็แบบ จะดีเหรอ นกมันน่ารักอ่ะ กินไม่ลง แต่นางยืนยันจะสั่ง ปรากฎว่า … อร่อยฮ่ะ 555 แอบรู้สึกผิดแต่ก็อร่อยจีจี มาต่อที่ main course สั่ง lobster salad อันนี้อร่อยมากกกกกกก อร่อยวัวตายควายล้ม highly  recommended ปกติเราเป็น carnivore ไม่ชอบกินพืช แต่สลัดล็อบสเตอร์นี้มันฟินสุดดด คุ้มราคามากพูดเลย อีกจานนึงสั่งเป็นสเต็กเนื้อลูกแกะนุ่มๆรสชาติโอเค ส่วนของหวานวันนั้นมีแต่ช็อคโกแลตมูส ก็อร่อยดี ไม่หวานมาก มีสตรอว์เบอรี่โรยมาเพิ่มรสเปรี้ยวนิดๆเข้ากัน

ไม่มีรูปรีวิวอะไรใดๆทั้งสิ้นจากร้านนี้ เนื่องจากตอนที่ไปโทรศัพท์แบตหมดและไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป 55 ร้านดูภายนอกเหมือนตึกทึมๆน่าเบื่อ แต่ด้านในตกแต่งน่ารัก กลางคืนเปิดไฟดู cozy มาก (ไม่รู้จะใช้คำภาษาไทยว่าอะไรให้ตรงกะบรรยากาศจริงๆ)

lobster-salad

Lobster salad รูปขโมยมาจาก Internet แค่เห็นรูปก็นึกถึงรสชาติและน้ำลายไหล กรี๊ด ><

 

Day 11 : Seljalandsfoss/Gljúfrabúi/Skógafoss/Fjaðrárgljúfur

หลังจากวันนี้ไปจะเป็นการเที่ยวแบบไม่เรียง เนื่องจากต้องขับรถกลับไปเมืองหลวงอีกรอบเราเลยต้องแบ่งที่เที่ยวไว้เผื่อขาขับกลับด้วย

เริ่มกันที่ Seljalandsfoss น้ำตกสวยริมถนน (GPS 63.615923,-19.993445 – บริเวณที่จอดรถมีห้องน้ำ ไม่รู้ฟรีรึเปล่าเพราะไม่ได้เข้า 55) เดินจากที่จอดรถไปไม่ไกลก็ถึงตัวน้ำตก มีบริเวณพื้นโรยหินกับสะพานข้ามลำธารด้านหน้าให้ไปถ่ายรูปโดยมีน้ำตกเป็นแบคกราวนด์ได้

11

First met with Seljalandsfoss สังเกตว่าลมแรงจนสายน้ำตกเบี้ยว 55

เดินต่อไปจะมีทางเดินอ้อมด้านหลังตัวน้ำตกให้เห็นความอลังการของนางอย่างใกล้ชิด

12

ด้านหลัง Seljalandsfoss ฝนตกฟ้าเน่ามาก

นักท่องเที่ยวส่วนมากเดินวนหลังน้ำตกแล้วจบแค่นั้น แต่เดี๋ยวก่อน!! หากท่านต้องการเห็น hidden beauty (ที่จัดว่าเป็น unseen สำหรับชาวไทยก็ว่าได้ เนื่องจากไม่เห็นใครรีวิว 55) ขอให้ท่านเดินต่อไปอีกเล็กน้อย หันหน้าเข้าหา Seljalandsfoss เดินตามทางเดินไปซ้ายมืออีกนิด จะพบกับน้ำตก Gljúfrafoss ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกเขา (GPS 63.620756,-19.98634) หรืออีกชื่อคือ Gljúfrabúi (แปลว่า one who lives in the canyon – ชื่อเข้ากะนางมาก) ขอรับรองด้วยเกียรติแห่งลูกเสือสำรองว่าคุ้มค่าแก่การเดินมาดูแน่นอน

13

Gljúfrafoss, another hidden beauty เก็บรูปมาได้ไม่สวยเท่าตาเห็น

 

ระหว่างทางไป Skógafoss จะผ่านทางเข้า Seljavallalaug (GPS 63.564951,-19.608164) ที่เป็นสระว่ายน้ำเก่าแก่ของไอซ์แลนด์สร้างในปี ค.ศ.1923 เปิดให้เข้าไปว่ายได้ฟรี สระจะทำความสะอาดปีละครั้งช่วงซัมเมอร์ (เอิ่ม..) เนื่องจากไม่แน่ใจในเรื่องอุณหภูมิของน้ำประกอบกับไม่มีเวลามากนัก เราเลยไม่ได้แวะเข้าไป

ต่อกันที่ Skógafoss(GPS 63.53219,-19.511136) น้ำตกสวยติดถนนอีกที่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Seljalandsfoss นัก ก่อนเข้าไปที่จอดรถด้านใน จะเจอ Skógar bus stop และที่จอดรถด้านนอกก่อน จุดนี้มีห้องน้ำครับท่านผู้ชม (GPS 63.527867,-19.512227) ห้องน้ำนี้เป็นห้องน้ำวัดใจ มีกล่องใส่เงินไว้ให้ แต่ไม่มีคนเฝ้า รู้สึกว่าค่าเข้าจะ 100 หรือ 200 ISK นี่แหละที่เขียนไว้ ตอนเข้าไปเจอฝรั่งนางนึง สังเกตว่านางก็ไม่หยอด 55 ส่วนกะเหรี่ยงอย่างเราใช้บริการส้วมเค้าสองครั้งก็กำๆเศษเหรียญหยอดไป แต่รู้สึกจะไม่ถึง 100 ISK แหะแหะ

ทำธุระเสร็จก็ขับรถตามทางเข้าไปจอดด้านใน (GPS63.528943,-19.513053) แล้วเดินต่อไปยังตัวน้ำตก น้ำตกเป็นน้ำตกเรียบๆง่ายๆ ทิ้งตัวลงมาจากผาตรงๆแต่ดูอลังการ เดินเข้าไปใกล้ๆมีสิทธิเปียกแน่นอน วันที่ไปฟ้าปิดและฝนตกปรอยๆ เสียดายอดเห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านหน้าน้ำตกเบยยย

14

The famous Skógafoss

จากที่จอดรถก่อนถึงตัวน้ำตกมองไปด้านขวามือจะเห็นทางเดินขึ้นไปชมวิวที่ด้านบนของตัวน้ำตกได้ ปีนขึ้นไปได้เหงื่อกันทีเดียว ตรงกลางทางขึ้นมีทางแยกเล็กๆด้านซ้ายให้เดินไปถ่ายรูปน้ำตกในระยะประชิดได้อีก แต่วันนั้นพื้นแฉะลื่นมากเราเลยส่งคุณฝาชีเดินไปคนเดียว 555

15

Skógafoss จากกลางทางเดินขึ้นด้านบน

ขึ้นมาถึงด้านบนก็เห็นวิวไกลๆ ลมเย็นสดชื่น แต่ถามว่าวิวน้ำตกจากมุมนี้สวยมากมั๊ยก็บอกเลยว่าไม่ เพียงแต่เราได้เห็นต้นทางมันก่อนตกเท่านั้นเอง แต่ถ้าใครไม่รีบและมีแรงเหลือจะเดินขึ้นมาก็ไม่ว่ากัน

16

From the top of Skógafoss นางแบบเปียกเป็นแม่หมูตกน้ำ

พรุ่งนี้จะไปเที่ยวแถว Skaftafell แล้วค่อยย้อนกลับมาที่เมือง Vík ว่าแล้วก็ค้น booking.com หาที่นอน เจอ Hörgsland Cottages(GPS 63.84267,-17.953237) ที่ค่อนข้างใกล้แถวนั้นหน่อย ตัวที่พักมีหลายโซน ที่เราเลือกเป็นตึกสองชั้นเอาแบบมีห้องน้ำในตัว เตียงนอนสบายอยู่แต่ในห้องน้ำพื้นเย็นเฉียบ ผิดกับ  Þóristún apartments เมื่อคืนลิบลับ

ตอนขับรถจาก Skógafoss ไปที่พัก ผ่าน Fjaðrárgljúfur (GPS 63.771446,-18.173317) ลักษณะเป็น canyon ขนาดไม่ใหญ่มากแต่สวยมาก เราแวะเข้าไปได้ไม่นานก็เริ่มมืดแถมฝนตก เลยอยู่ได้แป๊บเดียวเอง

17

Fjaðrárgljúfur ตอนพระอาทิตย์ใกล้ตก

ยืดยาวตามเคย คงต้องลากันแค่นี้ Part 5 เขียนเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะเลือกรูปแล้วอัพพรุ่งนี้นะครัช 

Written by Puengie

Previous post:

Next post: