Iceland Trip Part 1

November 16, 2015

มาละฮ่ะ รีวิวทริปไอซ์แลนด์ตามสัญญา ขอเอามาแปะไว้ในบล็อคของคุณฝาชีเพราะเกรงว่าถ้าพิมพ์ใส่สเตตัสในเฟซบุคจะยาวไป

จากกรุงเทพเราไปฮอลแลนด์กันก่อนเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวคุณฝาชี แล้วจากฮอลแลนด์นั่งเครื่องต่อไปไอซ์แลนด์อีกที ใครจะไปจากไทยไม่มีบินตรงไปไอซ์แลนด์นะคะ อยากไปลงไหนก่อนในยุโรปก็ตามสะดวก จะเน้นไปตามประเทศที่อยากไป หรือเน้นราคาตั๋วเครื่องบินถูกก็เลือกส่องกันเลย เอาที่สบายใจ

บอกไว้ก่อน รีวิวนี้อาจจะเห็นค่าเงินทั้งหน่วยบาท ยูโร และโครนาไอซ์แลนด์ (ISK) ซึ่งจะใส่ราคาตามที่จ่ายจริง ขี้เกียจแปลงไปมาเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกันอาจทำให้ประมาณราคาคลาดเคลื่อนได้

ทริปนี้ไปไอซ์แลนด์ 26 ต.ค. กลับมาฮอลแลนด์ 8 พ.ย. รวมทั้งหมด 14 วัน วันแรกนี่แพลนไปถึงเรคยาวิคประมาณช่วงบ่ายเพื่อจะได้เดินเที่ยวในเมืองก่อน แต่เอาเข้าจริงเครื่องบินตูดหมึกมาก ดีเลย์จนไปถึงทุ่มนึงได้ วันแรกเลยได้แต่เดินดูเมืองตอนกลางคืน ถือว่าเสียเวลาไปพอประมาณ ส่วนวันสุดท้ายไฟลท์บินแต่ไก่โห่ ออกจากโรงแรมตอนเกือบตีห้า สิริรวมได้เที่ยวไอซ์แลนด์เต็มๆ 12 วัน เที่ยวนี้จากกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม ไปกลับ EVA air ได้ตั๋วราคาถูก ตกคนละ 23,500 บาท ส่วนจากอัมสเตอร์ดัม-เรคยาวิค ขาไป WOW air ขากลับ Icelandair ไปกลับคนละประมาณ 12,000 บาท

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

แรกพบ และ wow!

การเดินทางในไอซ์แลนด์จากสนามบินเคฟลาวิค (Keflavik International Airport) ถ้าใครจะเช่ารถเลย ก็สามารถนัดแนะบริษัทรถเช่าให้เอารถมาให้ที่สนามบินเลยก็ได้ แต่บางบริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ก็ดูกันดีๆก่อนนะแจร๊ะ ส่วนถ้าใครมาถึงยังอยากเที่ยวในเมืองก่อน หรือเวลาไม่เหมาะสมแบบข้าพเจ้า เช่าไปก็เสียดายเงินในวันแรก ก็มีบริการ Fly Bus ที่จะรับเราจากสนามบินเข้าไปส่งจุดจอดรถในเมือง (Reykjavik BSI Bus Terminal) คิดสนนราคา 2,200 ISK ต่อคนต่อเที่ยว หรือถ้าอยากให้เค้าไปส่งที่โรงแรมก็ใช้บริการ Fly Bus Plus ได้ ราคา 2,800 ISK ต่อคนต่อเที่ยว อันนี้แนะนำดูแผนที่นิดนึง ถ้าโรงแรมอยู่ใกล้จุดจอด (หรือไกลแต่อยากประหยัด) ก็เดินเอา แต่ถ้าอยู่ไกล (หรือใกล้แต่ขี้เกียจเดิน) ก็เลือก Fly Bus Plus เพิ่มตังค์มาประมาณสองร้อยบาทไทย

ระหว่างที่อยู่ที่นู่น เช่ารถ 12 วัน เริ่มวันที่ 27 ต.ค. คืนรถ 7 พ.ย. ตอนแรกเช่าเป็น Camper van ตั้งใจว่าจะกินนอนในรถกันเลย สะดวกต่อการล่าแสงเหนือ ขับรถไปนอนในที่ที่ฟ้าเปิด หรือมืดตรงไหนนอนตรงนั้น ชิลๆ ไม่ต้องรีบเพราะไม่มีโรงแรมมาคอยกำหนดว่าคืนนี้ต้องนอนตรงไหน ทีแรกอ่านจากรีวิวในพันทิพก็กะว่าจะเช่าของบริษัท Kuku camper แต่พอไปดูก่อนไปเดือนกว่าๆ เห้ยยย เต็มหมดแล้ว (เดาว่าคนไทยคงตามจากพันทิพไปจองกัน 55) สุดท้ายมาลงเอยเช่ารถของบริษัท Go Camper แทน ของบริษัทนี้มีทั้งรถธรรมดาและ 4WD ส่วนเกียร์ก็มีทั้งเกียร์ออโต้และเกียร์กระปุก ก็เลือกเอาตามความชำนาญของแต่ละคน ของ Go Camper บางรุ่นมีเฉพาะเกียร์กระปุก บางรุ่นไม่มีฮีทเตอร์ ก่อนจองดูกันดีๆ ไม่แน่ใจก็ส่งอีเมลไปถามเค้าก่อน (ตอนรับรถนี่คนที่ไปหน้าหนาวเช็คด้วยนะเคอะว่าเค้าเปลี่ยนใส่ winter tyre มาให้รึยัง) เท่าที่ดูมารถ Camper รุ่นใหญ่ๆมักจะมีแต่เกียร์กระปุก

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

Winter tyre มีเหล็กจิ๋วๆติดอยู่

รถที่เช่าเป็น 4WD Camper เกียร์ออโต้สำหรับสองคน ราคาเช่าวันละ 189 euros ซึ่งค่าเช่านี่ต่างกันไปในแต่ละรุ่น แต่ละช่วงเวลาที่ไป และแปรผันได้ตามจำนวนวันที่เช่า ถ้าเช่าหลายวัน เช่าหน้าหนาว ราคาก็จะถูกลงมาหน่อย

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

Pajero 4×4 Camper Van

ทริปนี้มีปัญหาเนื่องจากรถที่ได้ฮีทเตอร์พังตั้งแต่คืนที่สอง!!! คือช่วงหัวค่ำเปิดได้ปกติ พอกลางดึกดับซะงั้น ก็นอนหนาวกันไป จนเช้าโทรบอกบริษัทเค้าก็ติดต่ออู่ซ่อมให้ พอซ่อมเสร็จก็ทำงานได้ดี กลางคืนอุ่นสบาย ตื่นมาตีสี่ดับอีกจ้า ได้เข้าอู่ที่สอง ก็เข้าอีหรอบเดิม บริษัทก็รับผิดชอบหาโรงแรมให้อยู่คืนหลังจากนั้น แต่คุยกะคุณฝาชีว่าแบบนี้ไม่เวิร์ค ได้แวะเข้าอู่เสียเวลาไปวันละ 30-60 นาทีอยู่นั่น คงต้องเปลี่ยนรถ ว่าแล้วเลยคุยกะบริษัท ฮีก็ว่าเรามีรถรุ่นเดิมอยู่อีกคันนะ ยูจะเอามั๊ย คุณฝาชีฮีกลัวฮีทเตอร์พังเดี๋ยวต้องกลับสู่วงจรอุบาทว์อีกเลยตัดสินเปลี่ยนเป็นรถธรรมดาแล้วไปหาโรงแรมนอนตามที่ผ่านดีกว่า เลยได้ Skoda Octavia เกียร์ออโต้จากบริษัท Go Car Rental มาแทน (จริงๆมันก็เหมือนบริษัทเดียวกันนั่นแหละ) กลับมาตกลงค่าใช้จ่ายกะบริษัท เพราะตอนแรกเราจ่ายเต็มอัตราค่าเช่า camper van 189 euros x 12 วันไปแล้ว เค้ายอมคืนค่าส่วนต่างราคารถให้และเสนอ compensation ค่าเสียเวลากะค่าเปลืองน้ำมันเพิ่มมาให้อีกประมาณ 100 euros ก็โอเคอยู่ ดูไม่เอาเปรียบลูกค้า เลยบอกเค้าว่าเอามาแค่ค่าส่วนต่างรถพอ ได้กลับมาประมาณเกือบ 500 euros

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

Skoda Octavia กับสารถี

 หลายคนถามว่าเช่า Camper van โอเคมั๊ย ก็โอเคอยู่นะ ถ้าฮีทเตอร์ไม่พัง 555 แต่ 4WD แบบที่เช่ามาที่นอนค่อนข้างแคบ อ่านรีวิวมีฝรั่งคู่นึงเช่า camper van สำหรับ 4 คน พื้นที่ดูโอ่โถงสบายมากสำหรับสองคน รถบางรุ่นยืนทำกับข้าวในรถได้เลยทีเดียว ถ้าไม่ติดเรื่องค่าใช้จ่ายไปแบบนี้ก็ดูสบายดีเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นคนไทยนิยมกันก็ไปเป็นหมู่คณะ นอนบนรถ 4-5 คน ถ้าสนิทสนมกันดีก็น่าสนุกอยู่ ประหยัดด้วย

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

ที่นอนด้านใน พอจะนอนก็เอาเบาะลงมาปูให้เต็ม

มาว่ากันด้วยเรื่องในรถมีอะไรบ้าง Camper van ส่วนใหญ่ก็มีเบาะที่ปรับนั่ง/นอนได้ หมอน ผ้าห่ม ซิงค์น้ำ กระติกแช่อาหาร อุปกรณ์เครื่องครัว (หม้อ/กระทะ/ตะหลิว/จาน/ชาม/ช้อน/ส้อม/มีด/เขียง) เตาปิคนิค น้ำยา+แปรงล้างจาน ผ้าเช็ดจาน อย่างอื่นที่เพิ่มเติมเราซื้อแก๊สกระป๋อง (กระป๋องละ 10 euros), เช่าถุงนอน (ถุงละ 20 euros), เช่า power converter ที่เสียบชาร์ทไฟ (20 euros มีหัวเสียบปลั๊กไฟและหัว USB เวลาต่อใช้ไฟจะใช้แบตแยกต่างหากจากแบตเตอรี่เครื่องยนต์ ตัวหัวเสียบปลั๊กไฟจะต่อกับปลั๊กขากลมได้ ถ้ามีแบบขาแบนต้องมีตัว converter ต่างหากอีกที ไอ้ปลั๊กนี่ปล่อยกระแสไฟได้ 150 watts เท่านั้น เราเอาไดร์เป่าผม 1500 watts ไป มันเสียบใช้ไม่ได้ ตอนแรกก็นึกว่าปลั๊กเสียแต่ทำไมชาร์จโทรศัพท์ได้แว๊ มารู้ทีหลัว่าเป็นเพราะมันปล่อยกระแสได้จำกัดนี่เอง) ปกติบริษัทรถจะมีอย่างอื่นให้เช่าอีก เช่นพวก GPS หรืออุปกรณ์เพื่อความเพลิดเพลินอย่างอื่นเช่นจักรยาน เบ็ดตกปลา ฯลฯ ซึ่งก็มีให้เลือกตั้งแต่ตอนจองรถ หรือไปเลือกเพิ่มเอาตอนรับรถก็ได้ ลองเช็คกันดูอีกทีอาจจะแตกต่างกันไปแต่ละบริษัท

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

แม่ครัวจำเป็น

เรื่องประกัน ของ Go camper ราคาเช่ารถจะรวมประกันแบบมาตรฐานไว้แล้ว ซึ่งเป็น 2000 euros self risk คือถ้าชนแล้วเราผิด เราต้องเสีย 2000 euros แรกก่อน ที่เหลือประกันจ่าย เค้าจะมีแพคเกจประกันอย่างอื่นมาให้เราเลือกทำเพิ่มได้ โดยมีอัตราเพิ่มต่อวันต่างๆกันไปในแต่ละแบบ (ชาร์จเพิ่มไม่เกิน 10 วัน คือถ้าเราเช่ารถเกินนานกว่านั้นก็เสียเพิ่มในอัตราแค่สิบวัน) ที่แนะนำให้ทำเพิ่มก็คือ Gravel protection คือประกันสำหรับกรณีกรวดกระเด็นใส่กระจกหน้าและไฟหน้ารถแตก อันนี้ราคา 7 euros ต่อวัน เราเช่า 12 วันก็จ่ายเพิ่มรวม 70 euros (0 euros self risk) อันนี้ทำแล้วคุ้มมาก เพราะกรวดกระเด็นใส่กระจกหน้าร้าวจริง 55 ไม่งั้นน่าจะโดนปรับแพงอยู่  

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

ร่องรอยกระจกร้าว

เรื่องการใช้ชีวิตในรถ ในรถไม่มีห้องอาบน้ำ ไม่มีส้วม มีแต่ซิงค์น้ำที่บอก แปรงฟันล้างหน้าได้ ถ้าอยากอาบน้ำก็ไปตามพวกที่สระอาบน้ำประจำเมืองหรือตาม camping site ได้ หน้าหนาวปกติแล้ว camping site จะปิด แต่ลองแวะเข้าไปดูไม่เสียหาย ที่ไปมาก็มี camping site เจ้าของใจดีเค้าเปิดห้องน้ำห้องอาบน้ำให้ใช้ฟรีเหมือนกัน

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

ในรถมีโต๊ะพับได้ ดำๆขวามือคือกระติก ซิงค์น้ำอยู่ตรงมุมขวาล่าง (ในรูปไม่เห็น) ส่วนนายแบบต้องพกไปเอง :)

เรื่องการปลดทุกข์นี่สำคัญมาก 55 ห้องน้ำเข้าตามปั๊ม/tourist information center/ซูเปอร์มาร์เก็ต/ห้องน้ำสาธารณะได้ แต่!!!!! มันไม่ได้มีทุกที่ และบางที่ไม่ฟรี เท่าที่ดูตามปั๊มจะมีห้องน้ำอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ร้านใหญ่ก็สบายหน่อย เดินเข้าไปชิลๆไม่มีคนสนใจร้านเล็กๆก็อาจจะต้องเดินผ่านแคชเชียร์ไปเข้าให้เขินอายกันนิดนึง แต่ก็ต้องถือคติ ด้านได้ อายขี้แตก 555 ทีนี้ ตอนกลางคืนทำไง ตอนกลางคืนส่วนใหญ่ร้านสะดวกซื้ออะไรต่างๆปิดหมดแล้ว ถ้าปวดฉี่ก็ข้างรถกันเลย มืดๆ เย็นๆ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ 555 (อันนี้อิจฉาผู้ชายเล็กน้อย ฉี่สะดวกไม่หนาวตรู๊ดส์) มีคนถามว่า ถ้าปวดเข้กลางคืนทำไง .. เออไม่รู้เหมือนกัน เดชะบุญยังไม่เคย อาจจะต้องวัดใจกะหูรูดนิดนึง ว่าแข็งแกร่งแค่ไหน หรือถ้าไม่แคร์เวิร์ลด (และเพื่อนร่วมทริป) ก็หาถุงปล่อยกันไป ใครมีประสบการณ์จุดนี้ก็มาแชร์เพิ่มเติมข้อมูลให้หน่อยละกัน 555555

การจอดรถนอน ก่อนไปเข้าใจว่าขับๆไปอยากจอดตรงไหนก็จอดได้ ไม่ใช่นะฮะ ถนนกะข้างทางส่วนใหญ่ระดับห่างกันเกือบเมตรอยู่ ไปจอดตะแคงตรงไหล่ทางก็คงนอนไม่ใคร่สบาย (แถมต้องระวังไหล่ทางบางช่วงดินไม่แข็ง ล้อรถติดอีก นี่เจอมาแล้ว นักท่องเที่ยวมาจากอเมริกา จอดรถข้างทางไปถ่ายรูปม้าแล้วขึ้นไม่ได้ ต้องช่วยกันขุดดินหาอะไรรองล้อและผลักรถกันอยู่เกือบชั่วโมงกว่าจะออก) ในไอซ์แลนด์จะมีจุดจอดรถให้เป็นระยะ อย่างน้อยๆครึ่งชั่วโมงน่าจะต้องเจอ ทางใต้ที่มีจุดท่องเที่ยวเยอะก็จะมีจุดจอดรถเยอะหน่อย ซึ่งตามจุดจอดรถพวกที่เราก็จอดนอนค้างคืนได้ ยกเว้นในเขตสงวนของเค้าจะมีป้ายห้ามจอดค้างคืน ที่ไปเจอมาว่าไม่ให้จอดก็มีแถว Myvatn และ Skaftafell นอกนั้นก็ไม่มีปัญหา  (เผลอนอนตรง Myvatn ไปคืนนึง เพราะไปถึงตอนกลางคืน เจอที่จอดก็จอดนอนเลย พอสว่างเห็นป้าย no parking overnight 555 ไม่ทันแร้ววว) ส่วนถ้าใครไปหน้าร้อนก็ง่ายหน่อย เอาแบบสะดวกๆก็จอด camping site มีห้องน้ำ มีปลั๊กไฟอะไรให้ ราคาก็แตกต่างกันไป เช่นจอดเฉยๆ นอนในรถ ใช้ห้องน้ำห้องท่าอะไรของเค้าได้ ราคาประมาณ 400-500 ISK ต่อคนต่อคืน ถ้าจะใช้ปลั๊กไฟก็คิดเพิ่ม และส่วนใหญ่ camping site จะมีห้องพักทั้งแบบ dorm และแบบบังกะโลให้เลือกด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้จะนอนในรถ ราคาก็แตกต่างกันไป

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

แสงเหนือกับรถ camper van ของเรา

เนื่องจากมีประสบการณ์ทั้งนอนในรถและขับรถไปหาโรงแรมนอนมาแล้วในทริปเดียว 55 ก็มีคนถามว่าแบบไหนดีกว่า อันนี้ตอบยาก แล้วแต่คน ถ้าไปคนเดียวและติสท์แตก จะนอนในรถก็น่าจะสาสมกับความติสท์ไม่น้อย แต่ถ้ายังอยากติดต่อกับมนุษย์บ้างก็แนะนำขับรถไปหาโรงแรมนอนดีกว่า ส่วนถ้าไปเป็นหมู่คณะก็ตกลงกันตามชอบเลย ถ้าถามเราเทียวในหน้าหนาวจริงๆไม่ต่างกันมาก คือการเที่ยวค่อนข้างเป็นอิสระ ขับรถไปเรื่อยๆ ถ้า camper van ค่ำไหนก็หาที่จอดนอนนั่น (หน้าหนาวมืดเร็วนะจ๊ะต้องดูเวลาดีๆ) แต่ถ้าจะอยู่โรงแรมแล้วอยากอิสระก็ได้ เพราะจากที่ไปมาหน้าหนาวนี้โรงแรมไม่ค่อยเต็ม เราก็เช็คพยากรณ์อากาศ แถวไหนฟ้าเปิด แถวไหนที่เราน่าจะไปถึงคืนนี้ได้ พอได้แล้วค่อยจองโรงแรมเป็นวันต่อวันเอาก็ได้ สะดวกดีเหมือนกันค่ะ

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

แสงเหนือกับวิวด้านหลังโรงแรมในเมือง Egilsstadir

เรื่องราคาที่ไปนี่ตอนเปลี่ยนรถธรรมดาวันละ 70 euros แล้วจ่ายค่าโรงแรมเพิ่มคืนละไม่ค่อยเกิน 100 euros รวมๆก็พอกันกะค่า camper van อยู่ จริงๆโรงแรมมีให้เลือกหลายระดับราคามาก ถ้าเอาแบบ hostel พวกที่มี shared toilet/bathroom ราคาก็จะถูกหน่อย หรือจะเอาแบบสามสี่ดาว ราคาคืนละเกิน 100 euros ไปเลยก็มี เลือกเอาตามงบประมาณและความชอบได้  

พูดเรื่องพยากรณ์อากาศ ใช้เวป vedur.is ซึ่งมีทั้งพยากรณ์อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความเร็วลม และพยากรณ์ออโรร่ารวมอยู่ด้วย อย่างที่เคยเขียนไปในสเตตัส เวปนี้ชอบเปลี่ยน Kp index ให้เราใจเสียเล่น เคยเจอพยากรณ์ Kp 6 มาทั้งวัน พอเริ่มมืดเปลี่ยนเป็น Kp 1 เฉ้ยยย แต่เห็นออโรร่าแบบแจ่มๆอยู่ดี เพราะงั้นเน้นดูฟ้าเปิดเป็นหลัก พอมืดแล้วแหงนหน้าดูดาวซักนิด ถ้าเห็นดาวเยอะๆ โอกาสเห็นออโรร่ามาแน่นอน 

รีวิวทริปขับรถวนรอบเกาะไอซ์แลนด์ ตอนที่ 1

ตัวอย่างหน้า Aurora forecast ในเวป vedur.is

พิมพ์ไปพิมพ์มาเริ่มยาวอีกละ งั้นพอแค่นี้ก่อนมันจะยาวเกิน เดี๋ยวมาเขียนสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมพิกัดตามที่ไปให้อีกทีนะเคอะ พบกันใหม่รีวิวหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ 555

Written by Puengie

Previous post:

Next post: